คุณวีรศักดิ์ พึ่งประยุรพงศ์

13933133_10205320470211647_368528013_n

คุณวีรศักดิ์ พึ่งประยุรพงศ์

แบงค์ ท่าข้าม

คุณวีรศักดิ์ พึ่งประยุรพงศ์หรือที่รู้จักกันดีในวงการวัตถุมงคลว่า ‘แบงค์ ท่าข้าม’ มีความสนใจเรื่องของเครื่องรางของขลังมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เนื่องจากคุณพ่อของเขานิยมสะสมพระเครื่อง ทำให้เขาได้สัมผัสและคลุกคลีกับวัตถุมงคลมาตั้งแต่เล็กๆ และจากที่เคยได้ยินชื่อเสียงของหลวงพ่อเต๋มานาน เมื่อเขาเริ่มเข้าสู่วงการพระเครื่อง เขาก็สนใจวัตถุมงคลของท่านเป็นพิเศษ

จุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้เขาเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับวัตถุมงคงหลวงเต๋เต็มตัวเกิดขึ้นในวันหนึ่ง เมื่อเขาได้มีโอกาสเข้าไปกราบสังขารของหลวงพ่อเต๋ที่วัดสามง่าม จ.นครปฐม หลังจากที่กราบหลวงพ่อแล้วเขาเดินเข้าไปชมวัตถุมงคลที่ท่านสร้าง ณ พิพิธภัณฑ์ภายในวัด วันนั้นเขาสังเกตุเห็นว่าพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างสกปรกและมีฝุ่นเยอะ เขาจึงยกมือขึ้นไหว้ หลวงพ่อและอธิษฐานในใจว่า “หลวงปู่ผมอยากรวยเหมือนคนอื่นบ้าง ถ้าผมรวยแล้ว ผมจะกลับมาทำความสะอาดพิพิธภัณฑ์ให้” แต่ฉับพลันก็มีความคิดหนึ่งแว่บขึ้นมาในหัวของเขาว่า ‘บุญกรรมใครทำ เดี๋ยวคนนั้นก็ได้เอง’ เขาจึงตัดสินใจเข้าไปทำความสะอาดพิพิธภัณฑ์ในตอนนั้นทันทีอย่างไม่รีรอ พอเขาทำความสะอาดพิพิธภัณฑ์เสร็จเรียบร้อยเขาก็กลับมาที่กรุงเทพ ในทันทีที่กลับมาถึงก็มีโทรศัพท์เข้ามาหาเขาเพื่อตามให้ไปเช่าวัตถุมงคล ซึ่งวัตถุมงคลที่เจ้าของต้องการปล่อยให้เช่าเป็นวัตถุมงคลของหลวงพ่อเต๋ทั้งหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะปกติแล้วคนในวงการพระเครื่องจะทราบกันว่าวัตถุมงคลของหลวงพ่อเต๋แท้ๆนั้นหาค่อนข้างยาก โดยเฉพาะกุมารทอง เนื่องจากต่างชาติเช่าบูชาไปต่างประเทศเยอะมากแล้ว ส่วนที่ยังมีอยู่ในประเทศนั้น เจ้าของก็มักจะหวงไม่ยอมให้ใครเช่าง่ายๆ และแต่ละรุ่นก็สร้างจำนวนไม่มากนัก หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น จึงทำให้คุณแบงค์เกิดศรัทธาในตัวหลวงพ่อเต๋อย่างหมดใจ

ในส่วนของประสบการณ์ในการบูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อเต๋นั้น คุณแบงค์เล่าให้เราฟังว่า เมื่อสมัยที่ยังทำงานประจำอยู่ได้แวะไปรับน้องที่บริษัทแห่งหนึ่ง ที่บริษัทนั้นมีสุนัขพันธุ์บางแก้วซึ่งดุมากอยู่ แต่เขาก็ค่อนข้างคุ้นเคยกับมันเพราะเคยจับเคยเล่นกับมันอยู่ แต่ในวันนั้นขณะที่เขาเข้าไปจะเล่นกับมันเหมือนเช่นเคย ก็ถูกมันกัดเข้าที่มือชนิดที่เรียกว่าจมเขี้ยวสะบัดไม่หลุด จนกระทั่งเพื่อนๆในออฟฟิศต้องรีบวิ่งเข้ามาช่วยกันแยกมันออก เจ้าของบริษัทที่อยู่ในเหตุการณ์ตะโกนบอกให้เพื่อนๆรีบพาเขาไปหาหมอเย็บแผล แต่เมื่อเพื่อนๆได้ช่วยกันแยกสุนัขตัวนั้นออกไปได้แล้ว ทุกคนก็ต้องประหลาดใจเพราะที่มือของเขาไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว ซึ่งในวันนั้นเขาห้อยตะกรุดสามห่วงของหลวงพ่อเต๋อยู่ จึงเชื่อว่าด้วยบารมีของท่านทำให้แคล้วคลาดนั่นเอง

อีกเรื่องหนึ่งเป็นประสบการณ์กับกุมารทองของหลวงพ่อเต๋ คือหลังจากที่ได้กุมารทองของหลวงพ่อเต๋มาในเดือนแรกคุณแบงค์ได้อธิษฐานว่า ถ้าเดือนนี้ค้าขายมีกำไรถึง 200,000 บาทจะซื้อสร้อยทองให้กุมาร 1 เส้น ปรากฎว่าในเดือนแรกนั้นคุณแบงค์สามารถทำกำไรได้ 205,000 บาท ในตอนแรกเขาคิดว่าอาจจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ดังนั้นในเดือนต่อมาเขาจึงอธิษฐานอีกว่าถ้าเดือนนี้ค้าขายมีกำไรถึง 300,000 บาทจะซื้อสร้อยทองให้อีก 1 เส้น ปรากฎว่าในเดือนที่สองนี้ เขาก็สามารถทำกำไรได้ถึง 305,000 บาท เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง เดือนที่สามเขาได้อธิษฐานอีกว่าถ้าเดือนนี้ค้าขายมีกำไรถึง 400,000 บาท จะซื้อสร้อยทองให้อีก 1 เส้น ปรากฎว่าเขาสามารถทำกำไรได้ถึง 405,000 บาท ทำให้เขาเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัยว่าเกิดจากความศรัทธาที่เขามีต่อกุมารทองหลวงพ่อเต๋เป็นแน่

ในส่วนของความศรัทธาของชาวต่างชาติที่มีต่อหลวงพ่อเต๋ คุณแบงค์เห็นว่า ที่วัตถุมงคลของท่านไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในไทย แต่ยังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเชีย เพราะเกิดจากประสบการณ์ของผู้ที่ได้ครอบครอง และพูดกันปากต่อปากไป

 

เครดิต : www.luangportae.com