กุมารทอง

กุมารทองหรือตุ๊กตาทอง สัณนิษฐานว่ามีมานานหลายร้อยปี อย่างน้อยก็ในช่วงกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในส่วนประวัติการสร้างตุ๊กตาทองหรือ กุมารทอง ของหลวงพ่อเต๋ คงทอง นั้น ตามข้อมูลที่ปรากฎในหนังสือ ‘ที่ระลึกในงานฉลองวาระอายุครบ 80 ปี หลวงพ่อเต๋คงทอง’ หน้า 47-48 มีเนื้อความดังต่อไปนี้

“…ตุ๊กตาทอง มีตำราการสร้างที่หลวงพ่อเต๋ได้มาจากหลวงลุงแดง ประกอบด้วยดินหลายชนิด “ดินโปร่ง” เป็นดินที่มีอยู่ตามป่าลึก ที่เราเคยได้ยินคนพูดว่าโปร่งนั้นโปร่งนี้ แม้จะกลายมาเป็นบ้านเมืองที่เจริญแล้ว ก็แสดงว่าเมื่อก่อนนี้เคยเป็นป่าสูง คนบ้านป่าเท่านั้นที่รู้ว่า “โปร่ง” คืออะไร คำว่า “โปร่ง” เป็นชื่อผีชนิดหนึ่งเรียกผีโปร่ง มีอำนาจมาก จำแลงแปลงกายได้หลายอย่าง เป็นแม่มดได้ เป็นสัตว์ได้ เป็นรูปเปรียบเหมือนใครๆก็ได้ (เราว่าภูมิเทวดารักษาดินมากกว่าผี) จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโปร่ง ก็รู้ได้ที่ดินบางแห่งเป็นที่เรียบ บางแห่งเป็นเนินสูง ดินนี้สัตว์ป่าชอบกินเป็นอาหาร มักขุดคุ้ยกินเป็นบ่อ เป็นโพรงกว้าง (จะกินดินหรือกินสัตว์ด้วงที่อยู่ในดินนั้นก็ไม่ทราบ) พรานป่าเห็นดินมีร่องรอยเช่นนั้น ก็รู้ทันทีว่าเป็นโปร่งมีสัตว์มากิน บางโปร่งเกิดใหม่ๆมักมีสัตว์มากินชุกชุม โปร่งบางแห่งก็เป็นโปร่งร้างไป ไม่มีเทวดารักษาคือไม่มีผีโปร่ง พรานป่ามักจะไปขัดห้างอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆโปร่งนั้น ขึ้นไปนั่งในยามราตรี พร้อมกับปืนล่าสัตว์ บางทีเสือมากินก่อน สัตว์อื่นก็ไม่มา พรานไม่อยากได้เสือก็ไม่ยิง นั่งนอนเป็นนายห้างไปพลางก่อน บางทีข้ามคืนข้ามวัน เมื่อกวางขนาดใหญ่ หรือหมูป่าขนาดใหญ่มากินเมื่อใด พรานป่าก็อมยิ้ม คิดว่ารุ่งขึ้นคงกลับบ้านได้แล้ว ถ้าไปกันหลายคน ก็จะได้แบ่งกันเป็นส่วนๆตามตกลงกัน บางคนว่าโปร่งดุร้าย แต่ทำไมจึงเป็นที่ยินดีของสัตว์ทั้งหลาย…

…หลวงพ่อเต๋ นำดินโปร่งและดินอื่นๆ มาปั้นตุ๊กตาแจกชาวบ้าน นำไปไว้เป็นเครื่องคุ้มครอง เพราะดินเช่นนี้มีเทวดารักษา จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อเต๋ปั้นแล้วก็เอาวางนอนไว้ แล้วปลุกด้วยอาคมให้ลุกขึ้นเองตามตำราที่บอกไว้ ท่านวีรเสฎฐ์ครับ ตุ๊กตาทองนี้แหละมีคนนิยมมาก ได้ไปแล้วก็มีเรื่องขบขันมาเล่าสู่กันฟัง เป็นที่น่าอัศจรรย์ ต่อมาทำรายได้ให้อย่างมหาศาล สามารถสร้างอะไรๆสำเร็จไป เพราะสิ่งเหล่านี้ และศรัทธาอันยอดเยี่ยมของประชาชน…”

และในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ ได้บันทึกคุณสมบัติของกุมารทอง ของหลวงพ่อเต๋ ไว้ในส่วนของ ‘บัญชีพระเครื่องของขลังของหลวงพ่อ’ หน้า 94 ว่า

‘….ลำดับที่ 17 กุมารทองและนางกวัก ทำด้วยดินผสมว่านบรรจุเลขยันต์และอาคมพิเศษ รูปร่างสวยงามน่ารัก ใช้ได้เหมือนลูกกรอกหรือรักยม มีไว้ประจำบ้านเรือน สำนักงาน ห้างร้าน เกิดลาภผลและศิริมงคลแก่ผู้บูชา นักค้าขาย นักธุรกิจรับไปเป็นจำนวนมาก แพร่หลายอยู่ในย่านเยาวราช สำเพ็ง ประตูน้ำ….’

หลวงพ่อเต๋ คงทอง เป็นผู้ที่มีความความเคารพนับถือในครูบาอาจารย์เป็นอย่างสูง และเป็นผู้ที่ทำอะไรจะทำอย่างจริงจัง ดังนั้นการสร้างกุมารทองของท่านจึงสร้างด้วยความพิถีพิถันในการหามวลสารให้ถูกต้องตามตำราที่ได้ร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์ โดยมวลสารหลักที่ประกอบเป็นกุมารของหลวงพ่อเต๋ ได้แก่

1. ดินเจ็ดป่าช้า

2. ดินเจ็ดท่า ซึ่งหมายถึงท่าน้ำ

3. ดินเจ็ดโป่ง หรือโปร่ง คือดินที่อยู่ในป่า สัตว์ป่าชอบไปทาน เชื่อว่ามีเทวดารักษา

4. กระดูกเด็กตายวันเสาร์ เผาวันอังคาร

5. เนื้อดินนา

6. มวลสารอื่นๆ

กุมารทองของหลวงพ่อเต๋ทุกรุ่นจะยกมือสองข้างแนบระดับอก ด้วยเหตุว่าวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการสร้างของหลวงพ่อเต๋คือให้เฝ้าบ้านเรือน พิทักษ์ทรัพย์สิน ค้าขาย เรียกโชคลาภ จึงยกมือ 2 ข้างเพื่อกวักเรียกลูกค้า เรียกโชคลาภเงินทองเข้าบ้านหรือร้านค้าของผู้บูชา

กุมารทองที่หลวงพ่อเต๋สร้างนั้นมีตัวมีตนจริง ท่านได้ทำการเสกจนเกิดเป็นดวงจิตซึ่งเปรียบได้เหมือนเทวดาซึ่งสถิตย์อยู่ในกุมารแต่ละองค์ กุมารของท่านได้สร้างประสบการณ์มากมายแก่ผู้ที่นำไปบูชาเป็นที่กล่าวขวัญและเป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ตั้งแต่สมัยที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ จนมีคำพูดติดปากของนักเล่นเครื่องรางของขลังรุ่นเก่าๆ ว่า

“ถ้าลิง ต้องหลวงพ่อดิ่ง (วัดบางวัว), สิงห์ หลวงพ่อเดิม (วัดหนองโพ), เสือ หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย), หนุมาน หลวงพ่อสุ่น (วัดศาลากุน), ตุ๊กตาทอง หรือ กุมารทอง หลวงพ่อเต๋ (วัดสามง่าม)”

วิธีการเลี้ยงกุมารหลวงพ่อเต๋อาจมีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด แต่โดยทั่วไปควรถวายข้าวน้ำในตอนเช้าของทุกวัน และต้องควรถวายก่อนที่เจ้าของจะรับประทาน ตัวอย่างวิธีการบูชาของคุณ เก่ง กำแพงแสน คือ ขูดข้าวปากหม้อคือข้าวทัพพีแรกใส่ถ้วยถวายกุมารก่อนจะรับประทานอาหารทุกเช้า และถวายกับข้าว ไข่ต้ม ขนม น้ำแดง เป็นต้น