ประวัติ หลวงลุงแดง

หลวงลุงแดง

luanglungdang

ประวัติ หลวงลุงแดง
ประวัติของหลวงลุงแดงไม่มีบันทึกไว้อย่างละเอียดมากนัก ทราบจากหนังสือชีวประวัติหลวงพ่อเต๋เพียงว่าท่านเป็นลุงแท้ๆของหลวงพ่อเต๋ ซึ่งบวชเป็นพระสงฆ์และพำนักอยู่ที่วัดกาหลง จังหวัดสมุทรสาคร ตามบันทึกที่ปรากฎในหนังสือ ‘อนุสรณ์เนื่องในงานศพ นายเกษม มุสิกะสินทร วันที่ 22 ธันวาคม 2511’ กล่าวไว้ว่า “หลวงพ่อแดงองค์นี้ได้ชื่อว่าเป็นพระเถระองค์หนึ่งที่เชี่ยวชาญในทางคาถาอาคม ทั้งทางเมตตา มหานิยม และทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี ซึ่งสมัยนั้นหลวงพ่อแดงมีชื่อเสียงมาก มีประชาชนเคารพนับถือทั่วไป…”

หลวงลุงแดงเป็นผู้ที่ชักชวนหลวงพ่อเต๋เมื่อครั้งท่านอายุได้ 7 ขวบ ไปอยู่ด้วยกันที่วัดกาหลง เพื่อศึกษาเล่าเรียนหนังสือ และศึกษาพระธรรมวินัยกับท่าน จวบจนหลวงพ่อเต๋อายุได้ 10 ขวบ หลวงลุงแดงจึงได้พาหลวงพ่อเต๋กลับมายังบ้านเกิดที่ตำบลสามง่าม ‘…ในการมาครั้งนี้หลวงพ่อแดงได้พิจารณาเห็นว่า ในตำบลสามง่ามนี้ยังขาดวัดที่ประชาชนจะบำเพ็ญกุศล ซึ่งประชาชนในย่านนั้นก็มีความเห็นเช่นนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่ว่ายังขาดหัวหน้าที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ เมื่อหลวงพ่อแดงปรารภขึ้นเช่นนี้ ก็ตรงกับความคิดเห็นของประชาชนในย่านนั้น ซึ่งทุกคนก็ยินดีที่จะได้ร่วมมือร่วมแรง คนละเล็กละน้อยช่วยกัน…’ จึงสำเร็จเป็นวัดขึ้นที่บ้านดอนตูมเป็นแห่งแรก ซึ่งอยู่ห่างจากวัดสามง่ามในปัจจุบันประมาณ 3 กม. แต่เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ถึงแม้วัดดอนตูมจะมีชัยภูมิที่ดีแต่ห่างจากทางคมนาคมและบ้านเรือนประชาชนอยู่พอสมควร ใน 3 ปีต่อมา หลวงลุงแดงจึงได้ชวนชาวบ้านย้ายวัดมาอยู่ที่บ้านสามง่าม และให้ชื่อว่า ‘วัดสามง่าม’ หรือชื่อตามที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาว่า ‘วัดอรัญญิการาม’ นั่นเอง

เมื่อหลวงพ่อเต๋อายุได้ 15 ปี หลวงลุงแดงได้ให้อุปสมบทเป็นสามเณร ในระหว่างนี้หลวงลุงแดงให้หลวงพ่อเต๋ศึกษาพระธรรมวินัย และเมื่อมีเวลาว่างหลวงลุงแดงก็ได้ถ่ายทอดวิชาคาถาอาคมของท่านให้แก่หลาน โดยวิชาการสร้างตุ๊กตาทองของหลวงพ่อเต๋ ท่านก็ได้รับสืบทอดมาจากหลวงลุงแดงเช่นกัน

หลังจากได้ย้ายวัดจากบ้านดอนตูมมาตั้งที่วัดสามง่ามแล้ว หลวงลุงแดงก็นำชาวบ้านสร้างเสนาสนะภายในวัดสามง่ามกันเรื่อยมา จวบจน พ.ศ. 2454 ก็ได้โบสถ์ขนาดย่อมมาหลังหนึ่ง จึงจัดการฝังลูกนิมิต เล่ากันว่าช่วงนั้นหลวงลุงแดงป่วยหนัก ท่านตัดสินใจเดินทางกลับไปอยู่ที่วัดกาหลง และมรณภาพที่วัดกาหลงนั่นเอง แต่ก่อนที่ท่านจะจากไปท่านก็ได้บอกกล่าวฝากฝังกับหลวงพ่อเต๋ให้ดูแลวัดให้ดี ซึ่งหลวงพ่อเต๋ก็ได้น้อมรับมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดชีวิตของท่าน