หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต (พระครูประยุตนวการ) วัดสามง่าม

หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต (พระครูประยุตนวการ) วัดสามง่าม

ศิษย์สายตรงซึ่งเป็นที่ยอมรับจากศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อเต๋ว่า ได้รับการสืบทอดวิชาการสร้างตุ๊กตาทองจากหลวงพ่อเต๋ คงทอง มีอยู่ 3 รูป ประกอบด้วย  หลวงพ่อแกละ หลวงพ่อเสือ และหลวงพ่อแย้ม

โดยหลวงพ่อแย้มถือได้ว่าเป็นศิษย์ที่มีอายุยืนยาวที่สุด และได้สร้างตุ๊กตาทองรุ่นต่างๆมากมาย เป็นที่ประจักษ์ในเรื่องของประสบการณ์ความเข้มขลัง
หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต เดิมชื่อ แย้ม เดชมาก เกิดวันที่ 5 มกราคม พศ. 2458 เป็นคนอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม โดยกำเนิด บ้านของท่านอยู่ห่างจากวัดสามง่ามไป ประมาณ 8 -10 กิโลเมตร โยมบิดาชื่อนายแหยม โยมมารดาชื่อนางวงษ์ เดชมาก หลวงพ่อแย้ม ในวัย 23 ปี ได้อุปสมบทเป็นเณร และพระภิกษุ ณ วัดสามง่าม เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พศ.2481 โดยมีพระครูอุตรการบดี (หลวงปู่สุข ปทุมสุวณโณ) วัดห้วยจระเข้ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูภาวนาสังวรคุณ หรือ หลวงพ่อเต๋ คงทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เพชร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
แต่เดิมนั้น ท่านตั้งใจจะบวชเพียงแค่พรรษาเดียว แต่ต่อมาท่านตัดสินใจว่าจะบวชไม่สึก โดยก่อนที่ท่านจะมาบวชเรียน ท่านไม่ได้ร่ำเรียนเขียนอ่านหนังสือมาก่อน หลังจากที่ท่านตัดสินใจแล้วว่าจะบวชไม่สึก ท่านจึงต้องเริ่มเรียนเขียนอ่านหนังสือกันใหม่ ด้วยเหตุนี้ทำให้ท่านเริ่มต้นเรียนพุทธาคมได้ช้ากว่าลูกศิษย์หลวงพ่อเต๋รูปอื่นๆที่มาบวชทีหลัง แต่ถึงแม้ว่าท่านจะเรียนพุทธาคมช้ากว่าศิษย์อื่นๆแต่ด้วยความเพียรพยายามของท่าน ทำให้ต่อมาท่านก็ได้รับการยอมรับนับถือจากศิษยานุศิษย์มากมายจวบจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงแรกของการบวชเรียน วิชาที่หลวงพ่อแย้มได้ร่ำเรียนจะเป็นจำพวกวิชาหมอยา เพื่อรักษาญาติโยมที่เจ็บไข้ได้ป่วย เนื่องจากในสมัยนั้น ละแวกอำเภอดินตูมยังไม่มีหมอ ไม่มีโรงพยาบาลอย่างในปัจจุบัน พระสงฆ์ที่มีวิชารักษาโรคจึงเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดของชาวบ้านในแถบนั้น โดยจะใช้ยาสมุนไพรในการรักษา
ต่อมาหลวงพ่อแย้มจึงได้เริ่มศึกษาวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐาน เรียนเขียนอ่านอักขระขอมโบราณ ยันต์ต่างๆ เรียนอาคม โหราศาสตร์ วิชาการทำตะกรุด สักยันต์ และทำกุมารทอง ตามลำดับ
จากบทความที่หลวงพ่อแย้มได้เมตตาให้สัมภาษณ์แก่ทีมข่าวหนังสือพิมพ์คมชัดลึก เมื่อ พ.ศ. 2545 ท่านเล่าว่า “สมัยที่หลวงพ่อเต๋ยังมีชีวิตอยู่ เวลาท่านจะทำของเหล่านี้ อาตมาก็จะเป็นผู้ช่วยท่าน สมัยก่อน พอหลวงพ่อเต๋ทำตะกรุด อาตมาจะเป็นคนช่วยท่านเขียนยันต์ และช่วยถักไหมคลุมตะกรุด แล้วให้หลวงพ่อเต๋เป็นคนปลุกเสก… การทำตะกรุดแต่ละดอก จะต้องเขียนยันต์ลงบนกระดาษข่อยทั้งสองหน้า เสร็จแล้วก็ต้องม้วน จากนั้น ก็เอาไปถักแต่เดี๋ยวนี้ก็ให้ลูกศิษย์มาช่วยกันถัก เนื่องจาก สายตาของอาตมาไม่ค่อยดี เมื่อถักเสร็จแล้ว อาตมาก็จะทำพิธีปลุกเสกเป็นเวลา ๑ ไตรมาส จากนั้น จึงจะให้ลูกศิษย์ หรือญาติโยมเอาไปใช้แขวนคอ หรือคาดเอว”
การถ่ายทอดวิชาของหลวงพ่อเต๋นั้น เป็นการเรียนการสอนแบบปากต่อปาก ให้ต่างคนต่างจำกันเอาเอง ไม่ได้เรียนวิชาจากตำรา เพราะหลวงพ่อเต๋ท่านกลัวว่าจะมีคนที่เป็นนักเลงหรือโจร จะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี หรือลูกศิษย์บางคนที่ไม่รู้จักบุญคุณกลับเอาวิชาที่เรียนมาจากอาจารย์นั้น มาทดลองหรืออาจมาแข่งกับอาจารย์ของตัวเองได้ หลวงพ่อแย้มได้กล่าวว่า “อาตมาก็เรียนเท่าที่ท่านจะสอนให้ เรียนเท่าที่ท่านใช้ ไม่ได้เรียนมาทั้งหมดหรอก”

จากข้อมูลของคุณ ‘คนสามง่าม’ ที่ได้เขียนบนเว็บไซต์ pantown.com ว่า ‘ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2490 ชื่อเสียงของหลวงพ่อเต๋โด่งดังมาก ท่านน่าจะเป็นพระสงฆ์รูปแรกๆที่รับกิจนิมนต์ไปต่างประเทศ ในช่วงนั้นวัดสามง่ามมีพระสงฆ์จำพรรษาถึง 70 -80 รูป ต้องแบ่งการปกครองเป็นหลายคณะ ดังนั้นพระสงฆ์ที่มาเรียนพุทธาคมกับหลวงพ่อเต๋จะต้องช่วยตัวเองอย่างมาก เพราะท่านไม่มีเวลามาเอาใจใส่ได้อย่างทั่วถึง เรียกได้ว่าถ้าพระรูปไหนใส่ใจก็จะได้ ถ้าไม่ใส่ใจก็ไม่ได้’
ในวัยหนุ่มหลวงพ่อแย้มชอบออกธุดงควัตรตามป่าเขาแสวงหาความวิเวกในการปฏิบัติธรรมและหาวิชาความรู้ทางพุทธาคมเพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์สำนักต่างๆ  อาทิ หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก จ.ฉะเชิงเทรา เป็นต้น ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเต๋ชราภาพมากขึ้น หลวงพ่อแย้มได้แบ่งเบาภารกิจของหลวงพ่อเต๋ ด้วยการเป็นศิษย์รับใช้ใกล้ชิด จนได้รับความไว้วางใจแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดสามง่าม ทำให้หลวงพ่อแย้มต้องติดตามหลวงพ่อเต๋ไปในยามที่หลวงพ่อเต๋รับกิจนิมนต์ หรือไม่ก็ต้องคอยดูแลความเรียบร้อยภายในวัด ดังนั้นทำให้ในช่วงแรกของการบวชของท่านไม่ได้เน้นหนักไปในเรื่องของการสร้างวัตถุมงคลต่างๆมากนัก หลังจากที่หลวงพ่อเต๋มรณภาพในวันที่ 25 ธันวาคม 2524 หลวงพ่อแย้มก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2525 จวบจนปัจจุบัน
หลวงพ่อแย้มนับว่าเป็นเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีความเพียรเป็นเลิศ ถึงแม้ว่าท่านจะเพิ่งเริ่มหัดเขียนอ่านหลังจากที่มาบวชแล้ว ทำให้ท่านได้เรียนวิชาต่างๆช้ากว่าพระบางรูปที่บวชทีหลังท่าน แต่ท่านก็ไม่ย่อท้อ อดทนพากเพียรศึกษาวิชาต่างๆจากหลวงพ่อเต๋จนได้รับการยอมรับจากศานุศิษย์มากมายในปัจจุบัน จนถึงแม้ว่าท่านเป็นเกจิอาจารย์แล้ว นิสัยนี้ก็ยังคงติดตัวท่านเรื่อยมา ดังที่ท่านได้เคยบอกเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟังว่า “พระของท่านปลุกเสกมากกว่าของเกจิองค์อื่น ถึงแม้จะไม่มีพิธีพุทธาภิเษกก็ตาม เพราะท่านปลุกเสกของท่าน ทุกคืน ๆ นึงประมาณ 30 นาที” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างวัตถุมงคลของท่านเป็นอย่างดี